“ไมค์ ระยอง” ขีดเส้น ก.คลัง 7 วัน เยียวยาประชาชนถ้วนหน้า
นายภาณุพงศ์ จาดนอก ยื่น 3 ข้อเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเยียวยาถ้วนหน้าใน 7 วัน หากไม่ทำจะกลับมาทวงอีกครั้ง
มาตรการเยียวยาของรัฐที่มีให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากฝ่ายการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร ด้วย และวันนี้ นายภาณุพงศ์ จาดนอก ยื่น 3 ข้อเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเยียวยาถ้วนหน้าใน 7 วัน หากไม่ทำจะกลับมาทวงอีกครั้ง แต่การยื่นวันนี้มีเหตุชุลมุน เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปในกระทรวง บางช่วงโต้เถียงกับตำรวจ ก่อนที่ตัวแทนกระทรวงจะออกมารับหนังสือ ไปชมบรรยากาศช่วงนั้นกันครับ
นี่เป็นบรรยากาศหน้ากระทรวงการคลัง ประตู 4 ที่ นายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร โต้เถียงกับ พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ เพราะไม่ให้เข้าไปยื่นหนังสือด้านใน ทำให้ พ.ต.อ.กฤษฎางค์ ไปเชิญตัวแทนจากกระทรวงการคลังมารับหนังสือ เหตุการณ์จึงสงบลง
จากนั้นนายภาณุพงศ์ วิจารณ์มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 ของรัฐบาลและ อ่าน ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ
1.ให้รัฐเยียวยาประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ด้วยเงินรายได้ถ้วนหน้า เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 3,500 บาท รวมเป็นเงิน 525,000 ล้านบาท ด้วยการตัดลดงบฯที่ไม่จำเป็น
2.นำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ไม่ผูกขาด และกระจายให้เท่าเทียมกันทุกคน
3.ลดค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเรียนให้นักเรียน นักศึกษา 3 เดือน พร้อมอุดหนุนค่าเรียนออนไลน์ด้วย
นายภาณุพงศ์ระบุว่า จะติดตามความคืบหน้าภายใน 7 วัน หากรัฐบาลไม่ตอบสนองจะนำประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มาเรียกร้องที่กระทรวงการคลังอีกครั้ง
ส่วนอีกความเคลื่อนไหวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โปรยกระดาษ ที่เขียนข้อความ “จ่ายภาษีแบบบังคับ รับสวัสดิการแบบชิงโชค” โดยระบุว่า เพื่อสะท้อนปัญหามาตรการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่ทั่วถึง
เครือข่ายรามคำแหงฯ ยังยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ ส.ส.โดยเฉพาะฝ่ายค้านได้ท้วงติงมาตรการเยียวยาต่างๆ เช่น มาตรการคนละครึ่ง และมาตรการเราชนะ ที่โอนเงินเข้าแอปกระเป๋าตัง ทำให้บางคน ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ต้องเสียสิทธิ
และขอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการโดยจ่ายเป็นเงินสดแทน เพราะยังมีสินค้า หรือ บริการบางอย่างที่ไม่สามารถจ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้ เช่น ค่าเทอม ค่าน้ำมัน ค่าเช่าห้อง พร้อมขอให้รัฐบาลเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำรวมไปถึงการพักหนี้ให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หยุดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น งบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และโครงการสร้างหนังรักชาติ ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนในขณะนี้
วันเดียวกันนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตน กองทุนประกันสังคม มาตรา 33 ว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงแรงงานมีแผนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับลดการจ่ายเงินประกันสังคมในส่วนของลูกจ้าง จากเดิมที่ลดลงจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 3 อยู่แล้ว มาเป็นเหลือละร้อยละ 0.5
แต่การส่งเงินสมทบในส่วนของนายจ้างยังเป็นร้อยละ 3 เหมือนเดิม คาดดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปถึงเดือนมีนาคม เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่มีอยู่ราว 12 ล้านคน
โดยแนวทางนี้ แม้จะทำให้การเก็บเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม หายไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ลูกจ้างจะได้ประโยชน์จากการที่นำเงินที่ต้องจ่ายสมทบ ไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB